วันพฤหัสบดีที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2553

จังหวัดระนอง เดินหน้าแก้ไขปัญหาผลกระทบทางกลิ่นจากโรงงานปลาป่น

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 ก.ย.53 จังหวัดระนองโดยสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง ได้จัดการสัมมนาการจัดการผลกระทบทางกลิ่นจากโรงงานปลาป่น ที่ห้องสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดระนอง มีนายนิรวัชช์ ปุณณกันต์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง เป็นประธานเปิดการสัมมนา นายนิรวัชช์ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องกลิ่นจากโรงงานไม่เฉพาะมาจากปลาป่น ถือเป็นปัญหาที่จังหวัดให้ความสำคัญที่ต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน เพราะว่ายุทธศาสตร์ของจังหวัดระนองประการหนึ่งคือต้องการให้เป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งต้องใช้ศักยภาพของระนองเองที่มีอยู่ โดยเฉพาะการพัฒนาน้ำแร่ร้อนธรรมชาติที่มีอยู่ แต่ปัญหาที่ประสบอยู่ในขณะนี้ไม่สามารถพูดได้ว่าเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพได้อย่างเต็มปากคือเรื่องมลภาวะทางกลิ่น ซึ่งทุกฝ่ายต้องช่วยกันแก้ไข ช่วยกันทำ ในส่วนของจังหวัดเองก็พยายามใช้ประนีประนอมช่วยเหลือกัน ส่งสัญญาณบอกผู้ประกอบการมานานพอสมควรแล้ว จังหวัดจึงได้กำหนดเอาเรื่องกลิ่นของโรงงานปลาป่นเข้าเป็นตัวชี้วัดของจังหวัด เพื่อเป็นการบีบบังคับจังหวัดเอง เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพื่อหาแนวทางที่ทุกฝ่ายยอมรับได้อย่างน้อยแม้ปัญหาไม่หมดไปแต่ก็ให้บรรเทาเบาบางลงไป ซึ่งการบังคับใช้กฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ นายสุวิทย์ พยัพพานนท์ อุตสาหกรรมจังหวัดระนอง กล่าวว่า ปัจจุบันจังหวัดระนองมีโรงงานปลาป่นอยู่ 11 โรง การแก้ปัญหากลิ่นเหม็นจากปลาป่นตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมาแม้จะพยายามทำมาอย่างต่อเนื่องแต่ยังไม่สามารถแก้ไขได้ เหมือนเป็นปัญหาโลกแตก ทราบใดที่วัตถุดิบคือปลาป่นที่นำเข้ามาป้อนโรงงานยังเป็นปลาเน่าอยู่ ระบบการผลิตดีขนาดไหนก็ไม่สามารถกำจัดกลิ่นได้ ทางเลือกอีกอย่างหนึ่งของการแก้ปัญหาคือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นออกเทศบัญญัติมาบังคับใช้ ควบคู่กับกฎหมายสิ่งแวดล้อม นายนิรันดร์ ขอคงประเสริฐ ประธานชมรมปลาป่นระนอง กล่าวว่า ทางผู้ประกอบการโรงงานปลาป่นเองได้พยายามแก้ไขปัญหาด้วยการไม่ซื้อปลาเน่ามาป้อนโรงงาน โดยให้ราคาสูงขึ้นสำหรับเรือประมงที่เอาปลาสดมาขาย แต่ก็ทำได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ส่วนที่มีผู้เสนอให้ใช้เรือทัวร์ในการขนถ่ายปลาป่นจากเรือประมงในทะเลนั้น ไม่สามารถทำได้เนื่องจากเรือประมงจังหวัดระนองที่เข้าไปซื้อตั๋วสัมปทานในน่านน้ำประเทศพม่านั้น ทางการพม่าไม่อนุญาตให้ขนถ่ายสินค้ากลางทะเล เพราะไม่สามารถควบคุมดูแลได้ นายสุรินทร์ โลสงค์ นายกสมาคมประมงระนอง กล่าวว่า ทางสมาคมกำลังทดลองให้สมาชิกใช้น้ำหมักชีวภาพหรือน้ำอีเอ็ม(EM) เพื่อยืดเวลาการเน่าเสียของปลาป่นที่อยู่ในเรือประมง แต่ผลยังไม่ชัดเจนเนื่องจากเรือประมงแต่ละลำจะออกไปทำประมง 30-35 วันจึงจะกลับเข้าฝั่ง ส่วนหนึ่งที่จะลดปัญหาการเน่าเสียของปลาป่นคือการแช่น้ำแข็ง แต่นั้นก็หมายถึงต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอีก เช่นเดียวกับให้เรือประมงเข้าฝั่งทุก 7-15 วันก็ไม่คุ้มทุนจากราคาน้ำมันที่แพง ซึ่งเรือประมงขนาดเล็กไม่สามารถแบกรับภาระได้ นายกันย์ สุคันโธ ตัวแทนภาคประชาชน กล่าวว่า การแก้ไขปัญหานอกจากจะใช้กฎหมายแล้ว ต้องมีกฎของชุมชนมาบังคับด้วย ..///

ข้อมูลจาก :: วิมล หนูแก้ว สวท. ระนอง

ไม่มีความคิดเห็น: